วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2551

ขนคุด ( Keratosis Pilaris )

ขนคุด ( Keratosis Pilaris )

โรคขนคุดเป็นโรคผิวหนังที่พบบ่อย มักพบบริเวณ ต้นแขน ต้นขา และสะโพก บางรายพบได้ที่แก้ม

สาเหตุ : ไม่ทราบแน่ชัด พันธุ์กรรมเป็นปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวข้อง

ลักษณะของโรค
ลักษณะที่จะพบจะเป็นตุ่มนูนแข็ง (Keratotic papules) กระจายตามรูขุมขน (Hair follicles) และมักพบรอยแดงๆ ล้อมรอบตุ่มเหล่านั้น

ปัจจัยอื่นที่มีความสัมพันธ์กับโรคขนคุด
จะพบขนคุดได้มากขึ้นในคนไข้ Atopic dermatitle (โรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่มีความสัมพันธ์กับโรคภูมิแพ้)

จะพบขนคุดได้บ่อยในคนไข้ Icthyosis vulgaris (โรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่มีความผิดปกติของการ สร้างเคอราติน และมีผิวแห้งเป็นสะเก็ด)

ในคนไข้โรคศีรษะล้านชนิด Scarring alopecla จะพบร่วมกับขนคุดได้
การรักษา
ครีมเคลือบผิว
ยาในกลุ่ม Keratolytics เช่น Salicylic acid, Alpha-hydroxy acids, Propelene Glycol

การวินิจฉัย ผลการตรวจชิ้นเนื้อ
ความคาดหวัง โรคนี้มักจะเรื้อรังตลอดไป โดยเฉพาะโรคขนคุดที่มีความสัมพันธ์กับโรค Icthyosis vulgaris ส่วนในเด็กที่พบขนคุดบริเวณแก้ม มักจะหายเมื่อโตขึ้น

การป้องกัน ยังไม่มีวิธีป้องกันใดที่ได้ผลแน่นอน แต่ควรจะตรวจวินิจฉัยและดูแลรักษาโรคที่มีความสัมพันธ์ร่วมกับขนคุด ที่กล่าวไปเบื้องต้น เพื่อรักษาโรคต่างๆ ดังกล่าวร่วมด้วย

ภาวะแทรกซ้อน : ไม่มีภาวะแทรกซ้อน

Credit : หมอMaster_X

3 ความคิดเห็น:

sudom กล่าวว่า...

สวัสดีครับ
ผมเป็นหนึ่งในผู้ป่วยโรค "ขนคุด ( Keratosis Pilaris )" ลักษณะอาการอยู่ในขั้นค่อนข้างรุนแรงเนื่องจากมีตุ่มทั้งที่น่อง ต้นขา สะโพก หลัง แขน ต้นแขน และที่แก้ม ผมเคยไปรักษาหลายที่เช่นสถาบันโรคผิว ซึ่งช่วงแรกใช้ยาซึ่งผมจำไม่ได้ว่าเป็นตัวยาชนิดไหนแต่ก็ไม่ได้ผลจากนั้นก็ไปฉายรังสี UV แต่ก้อไม่ได้ผลจากนั้นหมอก็ใช้วิธียิง laser แต่เห็นผลน้อยมากผมก็เลยยกเลิกไป จากนั้นก็ไปรรักษาที่สมิติเวชโดยใช้ยาแต่อาการก็ไม่ดีขึ้น ผมต้องทำไงดีครับไปรักษาต่อหรือทำใจอยู่กับมันดี

นายต้มยำ กล่าวว่า...

ผมก็เป็น KP เหมือนกันครับ หลังไหล่-ต้นแขน, ก้น-ต้นขา พ่อบอกว่าญาติห่างๆทางพ่อก็เป็นแบบเดียวกัน เคยเห็นตอนพ่อเด็กๆ ตอนนี้ก็ใช้ชีวิตอยู่กับมันละครับ เป็นเพื่อนกัน เท่าที่่อ่านจากเว็บก็ต้องใช้พวกน้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันอะไรก็ได้ที่ไม่แพ้ นวดให้ความชุ่มชื้นกับผิวทุกวันจะช่วยได้
เคยไปสปานวดน้ำมันแบบทั้งตัว(แพง) แล้วรู้สึกว่าดีขึ้นจริงอยู่ 2 วันกลับมาเป็นต่อ แต่ก็นะใครจะไปจ่ายเงินนวดอย่างนี้ได้ทุกวัน จะใช้ภรรยานวดก็เกรงใจ นวด-ทาน้ำมันเองก็ไม่ขยัน
ส่วนยา Ratin A ก็ใช้อยู่พักนึงดีครับ แต่พอยาหมดก็ขี้เกียจไปขอยาหมอมาทา ตอนนี้วางแผนหาคนนวดประจำตัวอยู่นะ...อิอิ

napawanp กล่าวว่า...

ดิฉันเป็นคนนึงที่เป็นโรคนี้ตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบัน โดยที่เป็นบริเวณแขนทั้งซ้ายและขวา คาดว่าเนื่องมาจากพันธุกรรมค่ะ เพราะว่าคุณพ่อก็เป็นโรคนี้เหมือนกัน เป็นโรคที่รักษาไม่หายเลย
แต่พอมาช่วงประมาณปลายปี 2551 ที่ผ่านมา
ได้ไปปรึกษาแพทย์ที่พรเกษมคลีนิค (อันที่จริงไปหาหมอเรื่องแผลคีรอยด์ค่ะ) คุณหมอเลยแนะนำให้ใช้ครีม Urea ทา ซึ่งซื้อได้จากที่คลีนิคเลย พร้อมกับยาอีก 1 ตัว ซึ่งไม่ทราบว่าชื่ออะไร แต่ยาตัวนี้ไม่สามารถใช้ต่อเนื่องกันนานๆ ได้ แต่ครีม Urea นี้ สามารถทาได้ตลอดค่ะ
คำอธิบายของคุณหมอ (พ.ญ.ปิยะดา ทิพรังกร) ก็คือ โรคนี้เกิดขึ้นจากที่ผิวหนังของเราแห้งมากเกินไป ชั้นผิวหนังกำพร้าไม่ลอกออกแบบธรรมชาติ ทำให้มีความหนามากจนกระทั่งขนไม่สามารถงอกขึ้นมาจากผิวหนังได้ จึงกลายเป็นตุ่มขน + ไขมันขึ้น
ครีม Urea นี้ จะสามารถทำให้ผิวหนังนุ่มขึ้น และลอกออกแบบธรรมชาติ ช่วยบรรเทาอาการขนคุดได้ แต่ไม่ได้ทำให้โรคนี้หายโดยสิ้นเชิงนะคะ ต้องทาครีมอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันนี้ ดิฉันได้พบว่า ที่แผนกยาของโรงพยาบาลศิริราช ตึกสยามินทร์ ก็มีขายครีม Urea นี้ค่ะ โดยใช้ชื่อว่า ศิริราชซอฟท์แคร์ (Urea 10%) เป็นหลอดสีชมพู ราคาถูกมากๆ ค่ะ แค่ 15 บาทเท่านั้นเอง (ตอนนั้นซื้อของพรเกษมคลีนิค แค่ตลับเล็ก ก็ 40 บาทอ่ะค่ะ)
ตอนนี้อาการขนคุดของดิฉันดีขึ้นมากแล้ว แต่เวลาที่เราเอามือลูบแขน ก็ยังสากๆ ไม่เหมือนผิวบริเวณอื่นๆ นะคะ แต่ว่าดีขึ้นกว่า 80% เลยค่ะ
ดีใจมากๆ เลยอยากเอามาเผยแพร่ให้ผู้ที่มีปัญหาเหมือนกันลองใช้ดูนะคะ
อ้อ ช่วงแรกๆ อย่าเพิ่งใช้สบู่ถูตรงบริเวณที่เป็นนะคะ เพราะจะทำให้ผิวยิ่งแห้งมากขึ้นค่ะ หากต้องการสอบถามเพิ่มเติมก็ เมลมาถามได้นะคะ ยินดีค่ะ napawanp@yahoo.co.th